วันศุกร์, 23 กุมภาพันธ์ 2567

“MG5 10th Anniversary Special Edition” โดยมาพร้อมตัวถังสีใหม่ “Crayon Grey”

ล่าสุดเอ็มจีเติมความสดใหม่กับรุ่นฉลอง 10 ปี การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวรุ่น “MG5 10th Anniversary Special Edition” โดยมาพร้อมตัวถังสีใหม่ “Crayon Grey” พร้อมกับคุมโทนการตกแต่งทั้งภายนอกและภายในแบบ “โมโนโครม” ราคา 589,900 บาท

ก็ถือเป็นรถอีกคันที่น่าใช้ ถ้ามองกันที่การซื้อมาเป็นรถใช้งาน ราคาไม่แรง แต่ได้ความสะดวกสบายในห้องโดยสารระดับ ซี-เซ็กเมนต์ พื้นที่กว้างขวาง เบาะหลังมีพื้นที่วางเท้า พื้นที่ว่างช่วงเข่าเหลือๆ และยังมีช่องแอร์และช่องเชื่อมต่อยูเอสบีให้สำหรับเบาะหลังอีกด้วย

MG5 10th Anniversary Special Edition นอกจากสีใหม่ ที่ดูเย็นตาสบายดี ก็ยังจุดพิเศษอื่นๆ โดยแปะโลโก้ 10th Anniversary ที่ฝากระโปรงท้าย รวมถึงที่ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

ตัวถังภายนอกเลือกใช้วัสดุสีดำล้อไปกับตัวถังสีเทารอบคัน คือ กระจกมองข้าง มือจับประตูโล โก้เอ็มจี และชื่อรุ่น MG5 บริเวณฝากระโปรงท้าย

ส่วนออปชั่นหลักๆ ที่ให้มา ไฟหน้า LED เปิด-ปิด อัตโนมัติ ไฟสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่สาม LED

การตกแต่งภายในเน้นโทนสีดำตัดด้วยสีแดง เบาะหนังฝั่งผู้ขับคนปรับแแบบแมนวล 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า 4 ทิศทาง พร้อมที่พักแขนด้านหน้า

จอแสดงผลดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว ส่วนจอ Touchscreen ตรงกลางขนาด 10 นิ้ว กระจกไฟฟ้า ลำโพง 6 ดอก

รองรับระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android กุญแจรีโมท ปุ่ม Push Start ล็อคและปลดล็อครถได้ด้วยปุ่มกดที่มือจับ ฝาท้ายเปิดด้วยปุ่มไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล ระบบกรองอากาศ PM 2.5

ฟังก์ชั่นช่วยการขับขี่และความปลอดภัย เช่น

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ทำงานอัตโนมัติทั้งช่วยใส่เกียร์ R หรือ เปิดไฟเลี้ยวทั้งซ้าย และขวา เพื่อให้เห็นสภาพแวดล้อมด้านข้าง คลายกังวลสำหรับบางคนที่ไม่ชอบขอบฟุตบาธเมื่อจะจอด หรือ หัวมุมเมื่อจะเลี้ยว
  • เบรก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว
  • เบรกมือไฟฟ้า
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง หรือ Auto Vehicle Hold
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ เป็นต้น

    และจุดเด่นอีกอย่างของเอ็มจี 5 ในตลาดนี้ คือ พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) ที่สามารถปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับ คือ

    • Urban ที่เหมาะกับการขับขี่ในเมือง หรือการหรือขึ้น-ลง เข้าออกที่จอดรถ ที่น้ำหนักเบามือเบาแรง ขับสบาย
    • Normal แบบกลางๆ
    • Dynamic ถ้าต้องการความรู้สึกระชับ น้ำหนักเพิ่มขึ้น เมื่อขับขี่ทางไกล หรือใช้ความเร็ว ลุยเขาลุยโค้ง ก็เลือกโหมดนี้ครับ

    แต่จุดที่ขาดไปนิดก็คือ การปรับตำแหน่งพวงมาลัยที่ทำได้ค่าปรับสูง ต่ำแต่ไม่สามารถเลื่อนเข้าออกได้ ก็ต้องใช้วิธีปรับระยะของเบาะนั่ง และพนักพิงให้เหมาะสม ซึ่งก็พอปรับสักพัก ใช้งานสักพัก ก็เข้าที่เข้าทาง

    เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT