วันศุกร์, 16 มกราคม 2569

1 มกราคม 2569 นี้ ดีเดย์ ภาษีสรรพสามิตใหม่-สิ้นสุดมาตรการอีวี 3.0

อัตราภาษีสรรพสามิตปี 2569

รถยนต์ สันดาป

เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร และ CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม. ขึ้นอยู่กับ CO2 เดิมอาจต่ำกว่า 12% เพิ่มเป็น 13%

เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร และ CO2 100-120 กรัม/กม.ขึ้นอยู่กับ CO2  อาจต่ำกว่า 22%  เพิ่ม 22%

เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร และ CO2 120-150 กรัม/กม. ขึ้นอยู่กับ CO2   อยู่ที่ อัตรา 25%

เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร และ CO2 150-200 กรัม/กม.ขึ้นอยู่กับ CO2    อยู่ที่ อัตรา 29%

เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร และ CO2 เกิน 200 กรัม/กม. ขึ้นอยู่กับ CO2 อัตราภาษี 35% ขึ้นไป อยู่ที่ 34%

เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร จาก 40% เป็น 50%

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า การปรับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถ อีวี ทั่วไปจะลดลงจาก 8% เหลือเพียง 2% เท่านั้น ส่วนรถกระบะพลังงานไฟฟ้าจาก 0% เพิ่มเป็น 2% แทน ซึ่งคาดว่ารถยนต์ อีวี อาจจะมีการปรับลดลงเล็กน้อย

รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อัตราภาษี5%: สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งขึ้นไปและอัตรา ภาษี10%: สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ ต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ต้องติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) อย่างน้อย 2 ระบบ และต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในไทยตั้งแต่ปี 2569

รถยนต์ไฮบริด หรือ ไมลด์ไฮบริด จะมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลให้การสนับสนุนอัตราภาษีคงที่ยาวนาน 7 ปี (ถึงปี 2575) ภาษี 6% คงที่: หากปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม. ภาษี 9% คงที่: หากปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่ถึง 120 กรัม/กม.

สำหรับมาตรการ EV 3.0 และ 3.5

1. มาตรการ EV 3.0 (เน้นช่วงเริ่มต้น – กำลังจะสิ้นสุด)

  • เงินอุดหนุน: สูงสุด 150,000 บาท ต่อคัน
  • เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ผลิตต้องผลิตรถในไทยชดเชยการนำเข้าในอัตรา 1:1 (นำเข้า 1 คัน ผลิตคืน 1 คัน) ภายในสิ้นปี 2567 หรือ 1:1.5 ภายในปี 2568
  • สถานะปัจจุบัน: มาตรการนี้จะสิ้นสุดการจดทะเบียนรับสิทธิ์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 (สำหรับการจองรถภายในปี 2568) ซึ่งทำให้ค่ายรถที่เข้าร่วมโครงการนี้เริ่มลดราคาอย่างหนักในช่วงท้ายปี 2568 เพื่อปิดยอด

2. มาตรการ EV 3.5 (เน้นต่อเนื่องและยั่งยืน – ปี 2567-2570)

  • เงินอุดหนุนปี 2025: ลดลงจากเฟสแรก โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่เกิน 50 kWh จะได้รับเงินอุดหนุน 75,000 บาท (จากปี 2024 ที่ได้ 100,000 บาท)
  • ภาษี: ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% และลดอากรนำเข้าสูงสุด 40% (เฉพาะปี 2567-2568)
  • เงื่อนไขการผลิตชดเชย: เข้มงวดขึ้น โดยต้องผลิตชดเชยในอัตรา 1:2 (นำเข้า 1 คัน ผลิตคืน 2 คัน) ภายในปี 2569 หรือ 1:3 ภายในปี 2570
  • ความยืดหยุ่นล่าสุด (ปลายปี 2025): บอร์ดอีวีปรับปรุงเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อป้องกันรถล้นตลาด โดยอนุญาตให้ค่ายรถส่งออกรถที่ผลิตในไทยไปต่างประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าได้

อนึ่งภาษีสรรพสามิตที่ปรับใหม่ เอื้อต่อ “รถ”พลังงานสะอาด รักษ์โลก หากเครื่องยนต์สันดาปขนาดใหญ่ ปล่อยCO2 เยอะ ก็ต้องบอกว่าราคาจะพุ่งตามอัตราภาษี แต่ก็ยังมีทางเลือก ทั้งไฮบริด และ อีวี จะได้ราคาที่ย่อยเยาลง.  ที่มา