Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE (Gen 4 / โฉม E53) มีกำหนดเปิดตัวและนำเข้าแบบ CBU ทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่นมาทำตลาดในประเทศไทยช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้ โดยนิสสันประเทศไทยเตรียมนำเข้ามาชนกับตลาดรถตู้พรีเมียมอย่าง Toyota
ข้อมูลเบื้องต้นและสเปกสำคัญ
- ขุมพลัง e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 (5-in-1 System):
- ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ VC Turbo (142 แรงม้า / แรงบิด 250 นิวตันเมตร) ทำหน้าที่ปั่นไฟลงแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 1.8 kWh เท่านั้น (เครื่องยนต์ไม่ได้ขับเคลื่อนล้อโดยตรง) [1]
- มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ e-4ORCE (ขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ):
- มอเตอร์หน้า: 203 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร
- มอเตอร์หลัง: 135 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร
- พละกำลังรวมสูงสุด: 525 นิวตันเมตร มิติตัวถัง:
- ยาว 4,995 มม. / กว้าง 1,895 มม. / สูง 1,965 มม. / ฐานล้อ 3,000 มม. (สั้นกว่า Toyota Alphard เล็กน้อย แต่กว้างและสูงกว่า) [1]
- ช่วงล่างและระบบความปลอดภัย:
- มาพร้อมระบบช่วงล่างแปรผันอัจฉริยะ Intelligent Dynamic Suspension, ฟังก์ชัน Smooth Stop และระบบช่วยขับขี่ ProPILOT Park พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect รองรับ Google built-in
ราคาจำหน่ายในญี่ปุ่น
- รุ่นปกติเริ่มต้นราว 6,897,000 – 7,579,000 เยน (ประมาณ 1.44 – 1.59 ล้านบาท) และรุ่นท็อป VIP G egress4ORCE ราคาประมาณ 8,698,000 เยน (ประมาณ 1.82 ล้านบาท)
- สำหรับในไทย เนื่องจากจัดเป็นระบบ e-POWER ซึ่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% (เสียภาษีนำเข้าประมาณ 20%) คาดว่าจะทำให้มีราคาจำหน่ายในไทยที่สามารถแข่งขันได้และเข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่งฝั่ง Hybrid ทั่วไป







