วันเสาร์, 27 มิถุนายน 2569

Honda City My 2026 ไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวครบไลน์อัพ ลดราคา 3 หมื่นบาท ชิงลูกค้ากลับ

ฮอนด้า ซิตี้ ไมเนอร์เชนจ์ ปี 2026 ยังมีทั้งขุมพลังไฮบริด และ 1.0 ลิตร เทอร์โบ พร้อมปรับโฉมภายนอกและเพิ่มฟังก์ชันใหม่ เช่น กล้องมองภาพรอบทิศทาง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ Honda City ใหม่ เปิดราคาแนะนำลด 3 หมื่นบาท (ยกเว้น VTEC TURBO ตัวถังแฮทช์แบ็กลด 2 หมื่นบาท)

Honda City ใหม่ ปี 2026 ราคา ตัวถังซีดาน

  • e:HEV RS 739,000 บาท
  • e:HEV SV 689,000 บาท
  • e:HEV  V 619,000 บาท
  • VTEC TURBO 569,000 บาท

Honda City ใหม่ ปี 2026 ราคา ตัวถังแฮทช์แบ็ก

  • e:HEV RS 749,000 บาท
  • e:HEV SV699,000 บาท
  • e:HEV V 629,000 บาท
  • VTEC TURBO 579,000 บาท

ฮอนด้า ซิตี้ ไมเนอร์เชนจ์ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเมื่อจองระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569 (ปรับเป็นราคาปกติ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป)

โดยรุ่น VTEC TURBO เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ  DOHC VTEC  ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที

ขณะที่รุ่นไฮบริด e:HEV ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ผสานการทำงานกับ มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

Honda City ใหม่ ปรับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น และไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ไฟท้าย LED แบบใส ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ดังนี้

  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ในรุ่นย่อย e:HEV RS
  • กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ ในรุ่นย่อย e:HEV RS

นอกจากนี้ ยังจัด Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันหลัก ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
    สำหรับโปรโมชันช่วงเปิดตัว Honda City เมื่อจองตั้งแต่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569 จะได้ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.69% และแถมฟรีประกันภัย ชั้น 1 (1 ปี)





    ภายในสีเทา Platinum ! นี่เป็นรุ่นย่อยเดียว ที่มีทางเลือกภายในโทนสีอ่อน ภาพรถคันจริง Honda City Sedan (Minorchange 2026) e:HEV SV ราคา 689,000 – 699,000 บาท สำหรับใครที่ต้องการความรู้สึกโปร่ง หรือ โทนสีอ่อน ดูสะอาดตา
    * ภาพรถในโพสต์นี้ Honda City Sedan (Minorchange 2026) e:HEV SV สีเทาเข้ม Meteoroid Grey Metallic / ภายในห้องโดยสาร โทนสีเทา Platinum
    Honda City Minorchange 2026 ราคาอย่างเป็นทางการ
    ตัวถัง Sedan 4 ประตู / HATCHBACK 5 ประตู
    TURBO
    – TURBO S 569,000 บาท
    e:HEV Hybrid
    – e:HEV V 619,000 บาท (NEW)
    – e:HEV SV 689,000 บาท
    – e:HEV RS 739,000 บาท
    HATCHBACK 5 ประตู
    TURBO
    TURBO S 579,000 บาท
    e:HEV Hybrid
    – e:HEV V 629,000 บาท (NEW)
    – e:HEV SV 699,000 บาท
    – e:HEV RS 749,000 บาท
    มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty และ โปรโมชั่น จาก Honda ประเทศไทย ดังนี้
    – รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 3 ปี หรือ 100,000 km.
    – รับประกันระบบไฮบริด นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    – รับประกันแบตไฮบริด นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    – ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 1 ปี
    – ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 1.69%
    มาพร้อม โปรโมชั่น โดย ฮอนด้า ประเทศไทย ดังนี้
    – จองสิทธิ์เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้! ผ่านที่ปรึกษาการขาย ณ โชว์รูมฮอนด้า ทั่วประเทศ พร้อมรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท** โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้
    – ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569
    – ดำเนินการจองอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 กรกฎาคม 2569
    – รับรถ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
    สิ่งที่เปลี่ยนแปลงใน City Minorchange 2026
    – ปรับดีไซน์ Minorchange 2026 นับเป็นรอบที่ 2 ของโมเดลนี้
    – เปิดตัวในไทยครั้งแรกในโลก พร้อมอินเดีย
    – เปลี่ยน ไฟหน้า Projector Lens ดีไซน์ใหม่
    – เพิ่ม Light Bar Connecting Light แบบ LED
    – เปลี่ยน กระจังหน้า ดีไซน์ใหม่
    – เปลี่ยน กันชนหน้า ดีไซน์ใหม่
    – เปลี่ยน ล้ออัลลอย ดีไซน์ใหม่ สีทูโทน ขนาด 16 นิ้ว
    – เปลี่ยน โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่ แบบ Monochrome
    – เปลี่ยน ไฟท้าย โคมใสสีรมดำ Clear Lens
    – เปลี่ยน กันชนท้าย ดีไซน์ใหม่
    – เพิ่ม กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
    – เปลี่ยน จอกลางระบบสัมผัส ดีไซน์ใหม่ แบบ Floating Screen ขนาด 10 นิ้ว
    – รองรับ Apple CarPlay / Andriod Auto แบบไร้สาย Wireless
    – เพิ่ม ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light
    – เพิ่ม ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger
    – เพิ่ม ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา
    – เพิ่ม รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V
    – ยกเลิกรุ่นย่อย TURBO S+ / V / SV / RS
    ส่วนระบบความปลอดภัย และ ช่วยเหลือการขับขี่มีมาให้เหมือนเช่นเคย
    – ระบบ Honda SENSING
    – ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam
    – ระบบเตือน และ ช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDM
    – ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS
    – ระบบเตือนการชนรถ และ คนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS
    – ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมปรับความเร็วตามคันหน้า Adaptive Cruise Control ACC พร้อมฟังก์ชั่นตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Low-Speed Follow (LSF)
    – ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Lead Car Departure (LCDN)
    – ระบบกล้องมองภาพด้านข้าง LaneWatch
    Dimension มิติตัวถัง
    City SEDAN
    – ยาว : 4,553 มิลลิเมตร
    – กว้าง : 1,748 มิลลิเมตร
    – สูง : 1,467 มิลลิเมตร
    – ระยะฐานล้อ wheelbase : 2,589 มิลลิเมตร
    – ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance : 135 มิลลิเมตร
    – ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร
    City HATCHBACK
    – ยาว : 4,369 มิลลิเมตร
    – กว้าง : 1,748 มิลลิเมตร
    – สูง : 1,501 มิลลิเมตร
    – ระยะฐานล้อ wheelbase : 2,589 มิลลิเมตร
    – ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance : 147 มิลลิเมตร
    – ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร
    Engine เครื่องยนต์
    1.0 TURBO
    เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 988 ซีซี. ระบบแปรผันวาล์ว ทั้งแบบ VTEC และ Dual VTC พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 78.7 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.0 : 1 พละกำลังสูง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมัน E20 ปล่อย CO2 99 g./km.
    – อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.7 km/l
    เบนซิน 1.5 ลิตร e:HEV
    เครื่องยนต์รหัส LEB-MMD เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี. กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 73.0 x 89.5 มิลลิเมตร พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที รองรับน้ำมันสูงสุด E20 แบตเตอรี่ Lithium-ion
    ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500 – 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ปล่อย CO2 ที่ 85g./km.
    ตัวเลขจากโรงงาน
    – อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 9.4 วินาที
    – อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 27.8 km/l
    🔴 TURBO S
    อุปกรณ์มาตรฐาน
    – เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 TURBO 122 แรงม้า 173 นิวตันเมตร
    – เกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมัน E20
    – พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS
    – ระบบเบรก คู่หน้า ดิสก์เบรก
    – ระบบเบรก คู่หลัง ดรัมเบรก
    – ช่วงล่างด้านหน้า McPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง
    – ช่วงล่างด้านหลัง Torsion Beam
    – ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว สีเงิน
    – ยาง ขนาด 185/60 R15
    – ไฟหน้า Projector Lens LED
    – ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ
    – ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
    – ไฟท้าย แบบ LED
    – กระจังหน้า สีดำ
    – มือเปิดประตูภายนอก สีเดียวกับตัวรถ
    – กระจกมองข้าง สีเดียวกับตัวรถ
    – ระบบปัดน้ำฝน แบบปรับตั้งหน่วงเวลาได้
    – เสาอากาศแบบครีบฉลาม สีเดียวกับตัวรถ
    – ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า – หลัง
    – ภายในห้องโดยสาร โทนสีดำ
    – เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้า
    – วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้า สีดำ
    – เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง
    – เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง
    – เบาะนั่งด้านหลังแบบ ULTRA SEAT (ตัวถัง Hatchback)
    – ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
    – ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
    – ระบบ Idle Stop พร้อมสวิตซ์เปิด-ปิด
    – พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก)
    – มาตรวัดแบบ Optitron สีขาว
    – หน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 4.2 นิ้ว
    – ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด Eco Indicator
    – ปุ่ม ECON
    – แผงบังแดด พร้อมกระจกแต่งหน้า-ฝาปิด ฝั่งคนขับ
    – ราวมือจับ 1 ตำแหน่ง
    – ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
    – ไฟส่องสว่างที่เก็บสัมภาระด้านท้าย
    – หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว
    – รองรับระบบ Apple Car Play / Android Auto แบบไร้สาย Wireless
    – รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone
    – สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และรับสายโทรศัพท์
    – ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
    – ช่องชาร์จ USB Type A 1 ตำแหน่ง
    – ลำโพง 2 ตำแหน่ง
    – ถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง)
    – ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
    – ระบบกระจายแรงเบรก EBD
    – ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA
    – ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
    – สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
    – ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ Auto Door Lock by Speed
    – ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน ACC
    – ระบบ Honda SENSING
    – ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam
    – ระบบเตือน และ ช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDM
    – ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS
    – ระบบเตือนการชนรถ และ คนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS
    – ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า
    – ระบบสัญญาณกันขโมย
    – ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
    – จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
    – อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว TPRK
    🔴 e:HEV V
    สิ่งที่เพิ่มจากรุ่น TURBO S
    – เครื่องยนต์เบนซิน e:HEV 1.5 Full Hybrid
    – เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
    – ระบบเบรก คู่หลัง ดิสก์เบรก
    – ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สีเทา
    – ยาง ขนาด 185/60 R16
    – ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน ACC Stop & GO (LSF)
    – ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมท Engine Remote Start
    – ระบบกุญแจ Honda Smart Key System
    – ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB
    – ระบบ Auto Brake Hold
    – ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
    – แป้นช่วยชะลอความเร็วที่พวงมาลัย Deceleration Paddle Selectors
    – หน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว
    – ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยผ้า
    – ช่องชาร์จ USB Type A 2 ตำแหน่ง
    – ลำโพง 4 ตำแหน่ง
    – ระบบล็อครถอัตโนมัติ Walk Away Auto Lock
    🔴 e:HEV SV
    สิ่งที่เพิ่มจากรุ่น e:HEV V
    – ไฟ Connecting Light LED ด้านหน้า
    – ไฟท้าย LED แบบโคมใส Clear Lens
    – ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สีเทาอ่อนทูโทน
    – เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง และ หนังสังเคราะห์
    – วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้า สีดำเงา Piano Black และ สีเทา
    – ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient Light สีน้ำเงิน
    – ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
    – ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยหนัง และ หนังสังเคราะห์
    – ราวมือจับ 3 ตำแหน่ง
    – หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว
    – ช่องชาร์จ USB Type A 2 ตำแหน่ง / Type C 2 ตำแหน่ง
    – กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
    🔴 e:HEV RS
    สิ่งที่เพิ่มจากรุ่น e:HEV SV
    – ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สีเทาเข้มทูโทน
    – กระจังหน้าสีดำเงา Gloss Black
    – กันชนหน้า สไตล์สปอร์ตแบบ RS
    – กันชนหลัง สไตล์สปอร์ตแบบ RS
    – สเกิร์ตหลัง สไตล์สปอร์ตแบบ RS
    – สปอยเลอร์หลัง สไตล์สปอร์ตแบบ RS
    – ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
    – เสาอากาศแบบครีบฉลาม สีดำเงา Gloss Black
    – เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง และ หนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
    – ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient Light สีแดง
    – กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
    – ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger
    – หน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว สไตล์ RS
    – ราวมือจับ 4 ตำแหน่ง
    – ลำโพง 8 ตำแหน่ง
    – กล้องแสดงภาพมุมอับสายตา Honda LaneWatch
    – ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)
    สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 7 สี
    TURBO S
    – สีขาว Taffeta White
    – สีเทา Meteoroid Grey Metallic
    – สีดำมุก Crystal Black Pearl
    V (e:HEV)
    – สีขาว Taffeta White
    – สีเทา Meteoroid Grey Metallic
    – สีดำมุก Crystal Black Pearl
    – สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Metallic
    SV (e:HEV)
    – สีขาวมุก Platinum White Pearl
    – สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Metallic
    – สีเทา Meteoroid Grey Metallic
    – สีดำมุก Crystal Black Pearl
    RS (e:HEV)
    – สีแดง Blazing Red Pearl
    – สีเทามุก Urban Grey Pearl
    – สีขาวมุก Platinum White Pearl
    – สีเทา Meteoroid Grey Metallic
    – สีดำมุก Crystal Black Pearl
    ภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 โทนสี
    – สีดำ Black
    – สีเทา Platinum (เฉพาะรุ่น e:HEV SV)


    ขอขอบคุณภาพประกอบ จาก Autolife thailand