Home / HONDA / All-new Honda Civic 2021 (Gen 11) ใหม่

All-new Honda Civic 2021 (Gen 11) ใหม่

ก้าวข้ามขีดสุดความท้าทาย สู่ความมั่นใจอีกระดับ

เพิ่มความเร้าใจให้ไร้ขีดจำกัดกับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอก ให้คุณรู้สึกถึงความสปอร์ตมากกว่าที่เคย ผสานความพรีเมียมจากดีไซน์ภายใน ที่ให้สัมผัสและความรู้สึกเกินคลาส พร้อมขับขี่ด้วยความมั่นใจไปกับ Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า ให้คุณท้าทายอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยความมั่นใจในทุกการเดินทาง

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยิ่งท้าทาย ยิ่งต้องมั่นใจ

All-new Honda Civic 2021 ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในสหรัฐอเมริกา ปรับดีไซน์ใหม่หมดจดภายนอก-ภายใน พร้อมขุมพลังเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 180 แรงม้า

หลังจากที่ All-new Honda Civic เจเนอเรชั่นที่ 11 เผยโฉมโปรโตไทพ์ไปเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ล่าสุด ฮอนด้าแห่งสหรัฐอเมริกาได้ทำการเปิดตัวโฉมโปรดักชั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีรูปลักษณ์ภายนอกที่เน้นความภูมิฐานมากยิ่งขึ้นราวกับ Accord ที่ถูกย่อส่วนลงมา โดยรุ่นที่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกามีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร i-VTEC กำลังสูงสุด 158 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 180 แรงม้า

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเผยภาพภายในห้องโดยสารของ All-new Honda Civic 2021 ใหม่ ซึ่งฮอนด้าระบุว่าถูกออกแบบโดยเน้นผู้โดยสารเป็นสำคัญ ส่งผลให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางทุกที่นั่ง อีกทั้งด้านบนของแผงคอนโซลยังถูกออกแบบให้มีเส้นสายน้อยที่สุดเพื่อลดการสะท้อนแสงและช่วยป้องกันไม่ให้รบกวนสายตาขณะขับขี่ในเวลากลางวัน ขณะที่เบาะนั่งคู่หน้าถูกออกแบบด้วยแนวคิดที่เรียกว่า Body Stabilizing Seat ช่วยเพิ่มความกระชับของสรีระได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความสบายยามเดินทางไกล

ชุดมาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่ในรุ่นท็อปสุด Touring เป็นแบบจอ LCD ความละเอียดสูงขนาด 10.2 นิ้ว ส่วนรุ่นรองเป็นหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ทำงานคู่กับมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อก ขณะที่หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสมีให้เลือกทั้งขนาด 9 นิ้ว และขนาด 7 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Apple CarPlay (แบบ Wireless ในรุ่น 9 นิ้ว) และ Android Auto พร้อมระบบเสียง Bose Centerpoint 2 และ Bose SurroundStage ที่ให้เสียงกังวานชัดเจนทุกที่นั่ง

ด้านระบบความปลอดภัยมีการติดตั้ง Honda Sensing เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย ซึ่งมีการเพิ่มฟังก์ชั่นช่วยขับขี่ขณะการจราจรหนาแน่น Traffic Jam Assist และใช้ระบบกล้องมองภาพที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลในการลดความเร็วขณะใช้ฟังก์ชั่น Adaptive Cruise Control (ACC) และยังช่วยให้ระบบ Lane Keeping Assist System (LKAS) สามารถบังคับพวงมาลัยได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ Low-Speed Braking Control และระบบป้องกันเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจทั้งด้านหน้าและด้านหลัง Front and Rear False-start Prevention เป็นต้น

ขุมพลังในเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร VTEC TURBO กำลังสูงสุด 180 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร i-VTEC กำลังสูงสุด 158 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 187 นิวตัน-เมตร ทั้งคู่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

Check Also

มู่หลาน ใหม่จาก ค่ายรถยนต์ MG คนไทยเตรียมยลโฉม

MG Mulan หรือรถ ...