ฮอนด้า ซิตี้ ไมเนอร์เชนจ์ ปี 2026 ยังมีทั้งขุมพลังไฮบริด และ 1.0 ลิตร เทอร์โบ พร้อมปรับโฉมภายนอกและเพิ่มฟังก์ชันใหม่ เช่น กล้องมองภาพรอบทิศทาง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ Honda City ใหม่ เปิดราคาแนะนำลด 3 หมื่นบาท (ยกเว้น VTEC TURBO ตัวถังแฮทช์แบ็กลด 2 หมื่นบาท)

Honda City ใหม่ ปี 2026 ราคา ตัวถังซีดาน
- e:HEV RS 739,000 บาท
- e:HEV SV 689,000 บาท
- e:HEV V 619,000 บาท
- VTEC TURBO 569,000 บาท

Honda City ใหม่ ปี 2026 ราคา ตัวถังแฮทช์แบ็ก
- e:HEV RS 749,000 บาท
- e:HEV SV699,000 บาท
- e:HEV V 629,000 บาท
- VTEC TURBO 579,000 บาท

ฮอนด้า ซิตี้ ไมเนอร์เชนจ์ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเมื่อจองระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569 (ปรับเป็นราคาปกติ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป)
โดยรุ่น VTEC TURBO เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ DOHC VTEC ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที
ขณะที่รุ่นไฮบริด e:HEV ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ผสานการทำงานกับ มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
Honda City ใหม่ ปรับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น และไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ไฟท้าย LED แบบใส ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ดังนี้
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ในรุ่นย่อย e:HEV RS
- กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ ในรุ่นย่อย e:HEV RS
นอกจากนี้ ยังจัด Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันหลัก ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
สำหรับโปรโมชันช่วงเปิดตัว Honda City เมื่อจองตั้งแต่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569 จะได้ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.69% และแถมฟรีประกันภัย ชั้น 1 (1 ปี)



ภายในสีเทา Platinum ! นี่เป็นรุ่นย่อยเดียว ที่มีทางเลือกภายในโทนสีอ่อน ภาพรถคันจริง Honda City Sedan (Minorchange 2026) e:HEV SV ราคา 689,000 – 699,000 บาท สำหรับใครที่ต้องการความรู้สึกโปร่ง หรือ โทนสีอ่อน ดูสะอาดตา* ภาพรถในโพสต์นี้ Honda City Sedan (Minorchange 2026) e:HEV SV สีเทาเข้ม Meteoroid Grey Metallic / ภายในห้องโดยสาร โทนสีเทา PlatinumHonda City Minorchange 2026 ราคาอย่างเป็นทางการตัวถัง Sedan 4 ประตู / HATCHBACK 5 ประตูTURBO– TURBO S 569,000 บาทe:HEV Hybrid– e:HEV V 619,000 บาท (NEW)– e:HEV SV 689,000 บาท– e:HEV RS 739,000 บาทHATCHBACK 5 ประตูTURBOTURBO S 579,000 บาทe:HEV Hybrid– e:HEV V 629,000 บาท (NEW)– e:HEV SV 699,000 บาท– e:HEV RS 749,000 บาทมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty และ โปรโมชั่น จาก Honda ประเทศไทย ดังนี้– รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 3 ปี หรือ 100,000 km.– รับประกันระบบไฮบริด นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง– รับประกันแบตไฮบริด นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง– ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 1 ปี– ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 1.69%มาพร้อม โปรโมชั่น โดย ฮอนด้า ประเทศไทย ดังนี้– จองสิทธิ์เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้! ผ่านที่ปรึกษาการขาย ณ โชว์รูมฮอนด้า ทั่วประเทศ พร้อมรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท** โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้– ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569– ดำเนินการจองอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 กรกฎาคม 2569– รับรถ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569สิ่งที่เปลี่ยนแปลงใน City Minorchange 2026– ปรับดีไซน์ Minorchange 2026 นับเป็นรอบที่ 2 ของโมเดลนี้– เปิดตัวในไทยครั้งแรกในโลก พร้อมอินเดีย– เปลี่ยน ไฟหน้า Projector Lens ดีไซน์ใหม่– เพิ่ม Light Bar Connecting Light แบบ LED– เปลี่ยน กระจังหน้า ดีไซน์ใหม่– เปลี่ยน กันชนหน้า ดีไซน์ใหม่– เปลี่ยน ล้ออัลลอย ดีไซน์ใหม่ สีทูโทน ขนาด 16 นิ้ว– เปลี่ยน โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่ แบบ Monochrome– เปลี่ยน ไฟท้าย โคมใสสีรมดำ Clear Lens– เปลี่ยน กันชนท้าย ดีไซน์ใหม่– เพิ่ม กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ– เปลี่ยน จอกลางระบบสัมผัส ดีไซน์ใหม่ แบบ Floating Screen ขนาด 10 นิ้ว– รองรับ Apple CarPlay / Andriod Auto แบบไร้สาย Wireless– เพิ่ม ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light– เพิ่ม ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger– เพิ่ม ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา– เพิ่ม รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V– ยกเลิกรุ่นย่อย TURBO S+ / V / SV / RSส่วนระบบความปลอดภัย และ ช่วยเหลือการขับขี่มีมาให้เหมือนเช่นเคย– ระบบ Honda SENSING– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam– ระบบเตือน และ ช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDM– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS– ระบบเตือนการชนรถ และ คนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมปรับความเร็วตามคันหน้า Adaptive Cruise Control ACC พร้อมฟังก์ชั่นตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Low-Speed Follow (LSF)– ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Lead Car Departure (LCDN)– ระบบกล้องมองภาพด้านข้าง LaneWatchDimension มิติตัวถังCity SEDAN– ยาว : 4,553 มิลลิเมตร– กว้าง : 1,748 มิลลิเมตร– สูง : 1,467 มิลลิเมตร– ระยะฐานล้อ wheelbase : 2,589 มิลลิเมตร– ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance : 135 มิลลิเมตร– ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตรCity HATCHBACK– ยาว : 4,369 มิลลิเมตร– กว้าง : 1,748 มิลลิเมตร– สูง : 1,501 มิลลิเมตร– ระยะฐานล้อ wheelbase : 2,589 มิลลิเมตร– ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance : 147 มิลลิเมตร– ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตรEngine เครื่องยนต์1.0 TURBOเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 988 ซีซี. ระบบแปรผันวาล์ว ทั้งแบบ VTEC และ Dual VTC พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 78.7 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.0 : 1 พละกำลังสูง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมัน E20 ปล่อย CO2 99 g./km.– อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.7 km/lเบนซิน 1.5 ลิตร e:HEVเครื่องยนต์รหัส LEB-MMD เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี. กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 73.0 x 89.5 มิลลิเมตร พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที รองรับน้ำมันสูงสุด E20 แบตเตอรี่ Lithium-ionทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500 – 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ปล่อย CO2 ที่ 85g./km.ตัวเลขจากโรงงาน– อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 9.4 วินาที– อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 27.8 km/l
TURBO Sอุปกรณ์มาตรฐาน– เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 TURBO 122 แรงม้า 173 นิวตันเมตร– เกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมัน E20– พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS– ระบบเบรก คู่หน้า ดิสก์เบรก– ระบบเบรก คู่หลัง ดรัมเบรก– ช่วงล่างด้านหน้า McPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง– ช่วงล่างด้านหลัง Torsion Beam– ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว สีเงิน– ยาง ขนาด 185/60 R15– ไฟหน้า Projector Lens LED– ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ– ไฟ Daytime Running Light แบบ LED– ไฟท้าย แบบ LED– กระจังหน้า สีดำ– มือเปิดประตูภายนอก สีเดียวกับตัวรถ– กระจกมองข้าง สีเดียวกับตัวรถ– ระบบปัดน้ำฝน แบบปรับตั้งหน่วงเวลาได้– เสาอากาศแบบครีบฉลาม สีเดียวกับตัวรถ– ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า – หลัง– ภายในห้องโดยสาร โทนสีดำ– เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้า– วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้า สีดำ– เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง– เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง– เบาะนั่งด้านหลังแบบ ULTRA SEAT (ตัวถัง Hatchback)– ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา– ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button– ระบบ Idle Stop พร้อมสวิตซ์เปิด-ปิด– พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก)– มาตรวัดแบบ Optitron สีขาว– หน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 4.2 นิ้ว– ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด Eco Indicator– ปุ่ม ECON– แผงบังแดด พร้อมกระจกแต่งหน้า-ฝาปิด ฝั่งคนขับ– ราวมือจับ 1 ตำแหน่ง– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า– ไฟส่องสว่างที่เก็บสัมภาระด้านท้าย– หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว– รองรับระบบ Apple Car Play / Android Auto แบบไร้สาย Wireless– รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone– สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และรับสายโทรศัพท์– ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth– ช่องชาร์จ USB Type A 1 ตำแหน่ง– ลำโพง 2 ตำแหน่ง– ถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง)– ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS– ระบบกระจายแรงเบรก EBD– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA– ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA– สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS– ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ Auto Door Lock by Speed– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน ACC– ระบบ Honda SENSING– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam– ระบบเตือน และ ช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDM– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS– ระบบเตือนการชนรถ และ คนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS– ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า– ระบบสัญญาณกันขโมย– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer– จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX– อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว TPRK
e:HEV Vสิ่งที่เพิ่มจากรุ่น TURBO S– เครื่องยนต์เบนซิน e:HEV 1.5 Full Hybrid– เกียร์อัตโนมัติ e-CVT– ระบบเบรก คู่หลัง ดิสก์เบรก– ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สีเทา– ยาง ขนาด 185/60 R16– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน ACC Stop & GO (LSF)– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมท Engine Remote Start– ระบบกุญแจ Honda Smart Key System– ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB– ระบบ Auto Brake Hold– ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ– แป้นช่วยชะลอความเร็วที่พวงมาลัย Deceleration Paddle Selectors– หน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว– ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยผ้า– ช่องชาร์จ USB Type A 2 ตำแหน่ง– ลำโพง 4 ตำแหน่ง– ระบบล็อครถอัตโนมัติ Walk Away Auto Lock
e:HEV SVสิ่งที่เพิ่มจากรุ่น e:HEV V– ไฟ Connecting Light LED ด้านหน้า– ไฟท้าย LED แบบโคมใส Clear Lens– ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สีเทาอ่อนทูโทน– เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง และ หนังสังเคราะห์– วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้า สีดำเงา Piano Black และ สีเทา– ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient Light สีน้ำเงิน– ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง– ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยหนัง และ หนังสังเคราะห์– ราวมือจับ 3 ตำแหน่ง– หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว– ช่องชาร์จ USB Type A 2 ตำแหน่ง / Type C 2 ตำแหน่ง– กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
e:HEV RSสิ่งที่เพิ่มจากรุ่น e:HEV SV– ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สีเทาเข้มทูโทน– กระจังหน้าสีดำเงา Gloss Black– กันชนหน้า สไตล์สปอร์ตแบบ RS– กันชนหลัง สไตล์สปอร์ตแบบ RS– สเกิร์ตหลัง สไตล์สปอร์ตแบบ RS– สปอยเลอร์หลัง สไตล์สปอร์ตแบบ RS– ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor– เสาอากาศแบบครีบฉลาม สีดำเงา Gloss Black– เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง และ หนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง– ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient Light สีแดง– กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ– ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger– หน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว สไตล์ RS– ราวมือจับ 4 ตำแหน่ง– ลำโพง 8 ตำแหน่ง– กล้องแสดงภาพมุมอับสายตา Honda LaneWatch– ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 7 สีTURBO S– สีขาว Taffeta White– สีเทา Meteoroid Grey Metallic– สีดำมุก Crystal Black PearlV (e:HEV)– สีขาว Taffeta White– สีเทา Meteoroid Grey Metallic– สีดำมุก Crystal Black Pearl– สีน้ำเงิน Brilliant Sporty MetallicSV (e:HEV)– สีขาวมุก Platinum White Pearl– สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Metallic– สีเทา Meteoroid Grey Metallic– สีดำมุก Crystal Black PearlRS (e:HEV)– สีแดง Blazing Red Pearl– สีเทามุก Urban Grey Pearl– สีขาวมุก Platinum White Pearl– สีเทา Meteoroid Grey Metallic– สีดำมุก Crystal Black Pearlภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 โทนสี– สีดำ Black– สีเทา Platinum (เฉพาะรุ่น e:HEV SV)




ขอขอบคุณภาพประกอบ จาก Autolife thailand